http://kiraporn.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ05/04/2010
อัพเดท01/06/2010
ผู้เข้าชม71,909
เปิดเพจ106,019

ข้อมูลส่วนตัว

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกล้วยไม้

แนะนำสวนกล้วยไม้

ตลาดของกล้วยไม้

ศัพท์ที่เกี่ยวกับกล้วยไม้

ประโยชน์ของกล้วยไม้

สาระน่ารู้ทั่วไป

Alternative content

iGetWeb.com

การส่งออกกล้วยไม้ของไทย

การส่งออกกล้วยไม้ของไทย

 

 ตลาดของกล้วยไม้

                    
คุณค่าด้านเศรษฐกิจ ของกล้วยไม้ไทยได้แก่


 ความนิยม ความนิยมปลูกกล้วยไม้สกุลกุหลาบยังมีน้อยสาเหตุน่าจะมาจากเป็นกล้วยไม้ที่มีช่อดอกห้อย ดอกจะสวยเมื่อติดอยู่กับต้นการตัดดอกไม่น่าจะเหมาะสม หากส่งเสริมโดยมุ่งในด้านเป็นไม้ดอกติดต้นมากกว่าตัดดอกน่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น สำหรับกล้วยไม้สกุลช้างนั้น เนื่องจากลักษณะดอกจะเป็นช่อ มีดอกขนาดเล็กจำนวนมาก การใช้ประโยชน์จากดอกยังมีน้อย ยกเว้นนำไปถวายเป็นพุทธบูชาหรือจัดแจกัน หรือทำเป็นกระเช้ามอบเป็นที่ระลึก หรือใช้ประดับในงานมงคลต่าง ๆ โดยใช้ทั้งช่อดอก จึงได้รับความนิยม ส่วนต้นพันธุ์ของสกุลช้างจะเป็นที่นิยมปลูกของนักกล้วยไม้ทั่วไป เพราะเลี้ยงง่ายเมื่อถึงฤดูออกดอกก็จะมีดอกให้ชื่นชมสม่ำเสมอ เช่น กล้วยไม้ช้างแดง ช้างเผือก ช้างกระ เป็นต้นส่วนกล้วยไม้ไทยสกุลสิงห์โตกลอกตานั้น ความนิยมในการนำดอกมาใช้ประโยชน์ยังมีน้อยมาก เพราะก้านดอกสั้น ที่เป็นช่อก็มักมีจำนวนดอกในช่อน้อย หรือถ้ามีดอกช่อมาก ก็มักมีขนาดเล็ก สีสันไม่สะดุดตา สกุลเข็มก็เช่นเดียวกัน เพราะช่อหนึ่ง ๆ มีดอกขนาดเล็ก ๆ เป็นจำนวนมากใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก

โอกาสในการซื้อขายผลผลิต
กล้วยไม้แต่ละสกุลมีโอกาสในการซื้อขายผลผลิตแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น

ช่องทางการจำหน่ายผลผลิต ในด้านต้นทุนและรายได้นั้น ยังกำหนดไม่ได้เนื่องจากไม่มี
การบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และยังไม่อยู่ในความนิยมของตลาดเท่าใดนัก แต่ถ้ามีการแนะนำส่งเสริมให้ใช้ดอกหรือต้นที่มีดอกมากขึ้นราคาก็จะสูง รายได้ก็จะดี เมื่อรายได้ดีก็จะมีผู้หันมาเพาะเลี้ยงกันมากขึ้น ราคาก็จะถูกลง นั่นคือ การแข่งขันในเชิงธุรกิจการค้า คือขณะที่ราคาถูกเพราะการแข่งขันสูง ผู้ที่จะยึดอาชีพนี้อยู่ได้ ก็คือผู้ที่สามารถลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงได้ซึ่งคุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพนี้ก็จะต้องเป็นผู้มีใจรักเป็นทุนเดิมอยู่แล้วประกอบกับต้องเป็นคนช่างสังเกต ประณีต ถ้าเป็นคนทำอะไรลวก ๆหยาบ ๆ แล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเป็นไปได้ยาก

ข้อปฏิบัติในการจำหน่าย อาจจำหน่ายต้นกล้วยไม้ที่อยู่ในขวดในกรณีที่เราสามารถผสมพันธุ์ลูกผสมได้หรือแม้แต่ผลิตพันธุ์แท้ก็น่าจะจำหน่ายได้เช่นกัน และถ้าเรามีต้นที่มีคุณลักษณะดีเด่นเป็นพิเศษ อาจนำไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่กล้วยไม้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อราคาจะแพง เพราะต้นทุนในการผลิตจะสูงกว่าการเพาะเมล็ดนอกจากจำหน่ายกล้วยไม้ในขวดแล้ว อาจจำหน่ายลูกกล้วยไม้ในกระถางหมู่ หรือในกระถางนิ้ว เลยไปถึงกล้วยไม้รุ่นที่จวนออกดอกหรือเริ่มแทงช่อดอกช่อแรกได้

 

 

 

 

 

การส่งออกกล้วยไม้

 

 

                          

 

 

                   กล้วยไม้ เป็นไม้ตัดดอกน่าสนใจ เนื่องจากมีความหลากหลายด้านสีสัน กลิ่น ขนาด รูปทรง และอายุปักแจกันยาวนานกว่า เมื่อเทียบกับไม้ตัดดอกทั่วไป ทำให้การส่งออกกล้วยไม้ แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตามความต้องการที่ยังคงเพิ่มขึ้นในตลาดโลก ไทย เป็นประเทศส่งออกกล้วยไม้อันดับ 1 ของโลก คาดว่ามูลค่าส่งออกปี 2548 ยังคงขยายต่อเนื่องจากปีนี้ คาดว่าปี 2548 จะนำรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 2,600-2,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีนี้ 10-20% เนื่องจากการขยายตัวการส่งออกตลาดหลัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป รวมทั้งการขยายตัวตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะจีน ยังมีลู่ทางแจ่มใส
                   ตลาดกล้วยไม้โลก : ไทยส่งออกอันดับ 1 ของโลก การค้ากล้วยไม้ตลาดโลก มีทั้งไม้ตัดดอกและไม้กระถาง ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การค้ากล้วยไม้เติบโตมาก ทั้งปริมาณและมูลค่า พื้นที่ปลูกกล้วยไม้ในไทยประมาณ 14,500 ไร่ ส่วนใหญ่ อยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเหมาะกับการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ ใกล้แหล่งน้ำ ใกล้ตลาด และการคมนาคมขนส่งสะดวก พื้นที่ปลูกกล้วยไม้ แนวโน้มจะย้ายจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น เนื่องจากที่ดินราคาสูง และประสบปัญหามลภาวะน้ำและอากาศ ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพ กล้วยไม้ ปัจจุบัน พื้นที่เหมาะสมปลูกกล้วยไม้เชิงธุรกิจ ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และชลบุรี คาดว่าผลผลิตดอกกล้วยไม้ปีนี้ประมาณ 44,080 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 833 ตัน เพิ่ม 1.93% แยกเป็นปริมาณการใช้ในประเทศเกือบ 50% ที่เหลืออีก 50% ส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ การส่งออกดอกกล้วยไม้ 95% ของกล้วยไม้ส่งออกทั้งหมด เป็นกล้วยไม้ 2 สกุล คือหวายและม็อคโคร่า อุตสาหกรรมกล้วยไม้ไทย เจริญก้าวหน้ามาก สร้างรายได้เข้าประเทศอันดับ 1 ในบรรดาไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมดที่ส่งออก ไทยจัดเป็นประเทศอันดับ 1 ส่งออกดอกกล้วยไม้ของโลก กล้วยไม้ไทย โดดเด่นทั้งสีสันและรูปร่างดอก การส่งออกดอกกล้วยไม้และต้นกล้วยไม้ ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นตลอด ตลาดต่างประเทศจะนิยมสั่งซื้อกล้วยไม้สกุลหวาย เนื่องจากสีสันสดใส และระยะเวลาใช้งานนาน ส่วนตลาดในประเทศ ขณะนี้ดอกกล้วยไม้เป็นที่นิยมมากขึ้นกว่าอดีต เห็นได้จากงานพิธีและเทศกาลต่างๆ ผู้จัดงานหันมาใช้ดอกกล้วยไม้กันมากขึ้น เนื่องจากระยะใช้งานนาน และราคาไม่แพง จากเดิม นิยมไม้ตัดดอกประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะดอกกุหลาบ เท่ากับความต้องการกล้วยไม้แนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งตลาดในและต่างประเทศ คาดว่าปีนี้ มูลค่าส่งออกกล้วยไม้ ทั้งดอกและต้นกล้วยไม้ จะสูงเกือบ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบปี 2546 เพิ่มขึ้น 33.3% คาดว่าปี 2548 ไทยจะส่งออกกล้วยไม้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10-20% เทียบปีนี้ เนื่องจากการส่งออกตลาดหลักๆ ยังคงขยายตัว ผู้ส่งออกกล้วยไม้ไทย สามารถเปิดตลาดใหม่ๆ เช่น ประเทศแถบแอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ รัสเซีย เป็นต้น รวมทั้งยังส่งเสริมตลาดกล้วยไม้ขยายตัว โดยผลิตช่อดอกกล้วยไม้สำหรับติดหน้าอก เพื่อส่งออกจำหน่าย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าต่างประเทศ ลู่ทางขยายการส่งออกดอกกล้วยไม้ใหม่ๆ ได้แก่ ส่งออกดอกกล้วยไม้ร่วง ซึ่งปกติ โรงงานส่งออกดอกกล้วยไม้จะทิ้ง แต่หากแช่น้ำให้ดอกไม้อิ่มน้ำ และนำไปผึ่งให้แห้ง ใส่ถุงพลาสติก เพื่อส่งออกจำหน่ายให้ร้านอาหาร เพื่อนำไปประดับจานอาหาร หรือประดับแก้วเครื่องดื่ม จะเป็นอีกตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้ตลาดกล้วยไม้ รวมทั้งขยายตลาดส่งออก โดยเปิดจำหน่ายดอกกล้วยไม้ทางอินเตอร์เนต เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสสั่งซื้อกล้วยไม้ได้ทันที และเป็นสมาชิกตัวแทนจำหน่ายกล้วยไม้ระบบขายตรงทั่วโลก
ตลาดส่งออกกล้วยไม้ไทย ยังขยายตัวต่อเนื่อง
                   แนวโน้มตลาดส่งออกดอกกล้วยไม้ที่สำคัญของไทย มีดังนี้ - ญี่ปุ่น ไทยส่งออกกล้วยไม้ไปตลาดญี่ปุ่นอันดับ 1 มาตลอด สัดส่วนส่งออกตลาดญี่ปุ่น อันดับ 1 ทั้งการส่งออกดอกกล้วยไม้และต้นกล้วยไม้ ซึ่งตลาดญี่ปุ่น กล้วยไม้ไทยต้องแข่งกับสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ รวมทั้งยังต้องแข่งกับไม้ตัดดอกประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะดอกเบญจมาศจากเนเธอร์แลนด์ ไต้หวัน มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ดอกกุหลาบและลิลลี่จากอินเดีย เนเธอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม กล้วยไม้ไทยเป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่น ที่นิยมดอกไม้ต่างถิ่นที่มีความสวยงามแปลกแตกต่างออกไป (Exotic Beauty) ไทยนับว่าครองตลาดไม้ตัดดอกนำเข้าอันดับ 2 รองจากเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบัน ความต้องการไม้ตัดดอกในญี่ปุ่นอยู่ในเกณฑ์สูง เฉลี่ย มูลค่าตลาดไม้ตัดดอกในญี่ปุ่น 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ศูนย์ส่งเสริมไม้ดอกญี่ปุ่น (The Japanese Flower Promotion Centre) คาดว่าปี 2548 ความต้องการไม้ตัดดอกของญี่ปุ่น ยังคงขยายตัวอีกเกือบเท่าตัว เป็นผลจากในญี่ปุ่น มีหลากหลายเทศกาล ที่ให้ของขวัญ เช่น วันแม่ ช่วงเดือนแห่งการแต่งงาน พฤษภาคม มิถุนายน และธันวาคม เทศกาลไหว้บรรพบุรุษ (The Prayer Month of Obon) ช่วงกรกฎาคม เป็นต้น รวมทั้งใช้ไม้ตัดดอกในชีวิตประจำวัน ทำให้ความต้องการไม้ตัดดอกเพิ่มขึ้น จากเดิมต้องการไม้ตัดดอกเฉพาะบางโอกาส หรือบางสถานที่ เช่น โรงแรม จัดงานปาร์ตี้ เป็นต้น ทำให้ตลาดไม้ตัดดอกของญี่ปุ่น เป็นที่สนใจของประเทศผู้ส่งออกไม้ตัดดอกทั่วโลก ผู้ส่งออกกล้วยไม้ไทย ต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงในญี่ปุ่น -สหรัฐฯ ครองอันดับ 2 ส่งออกกล้วยไม้ไทย แนวโน้มส่งออกยังคงเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน มูลค่าตลาดกล้วยไม้ในสหรัฐฯ ประมาณ 50-60 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยไทย ส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ของการนำเข้ากล้วยไม้พันธุ์ Dendrobium ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 60% ของการนำเข้ากล้วยไม้พันธุ์อื่นๆ (Non-Dendrobium) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตามองสำหรับการส่งออกตลาดสหรัฐฯ คือการพัฒนา และเพิ่มศักยภาพผลิตกล้วยไม้ มลรัฐฮาวาย รวมทั้งมลรัฐอื่นๆ ที่เริ่มหันมาลงทุนปลูกกล้วยไม้ -สหภาพยุโรป เป็นประเทศสำคัญนำเข้ากล้วยไม้พันธุ์ Dendrobium มูลค่านำเข้าเฉลี่ย 21 ล้านยูโรต่อปี คิดเป็น 3% ของการนำเข้าไม้ตัดดอกทั้งหมดของสหภาพยุโรป ประเทศสหภาพยุโรปที่ต้องการกล้วยไม้มาก คืออิตาลี ประมาณ 67% ของการนำเข้ากล้วยไม้ทั้งหมด รองลงมา คือเนเธอร์แลนด์ โดยไทย เป็นประเทศส่งออกกล้วยไม้สำคัญของสหภาพยุโรป ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 87% รองลงมา เป็นสิงคโปร์ แอฟริกาใต้ และนิวซีแลนด์ ประเด็นพึงระวังสำหรับส่งออกกล้วยไม้ คือสหภาพยุโรป มีนโยบายจัดระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ประเทศผู้ส่งออก เพื่อสร้างมาตรฐานสุขอนามัยด้านพืช ให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งประเทศผู้นำเข้าและส่งออก โดยส่วนของไทย ศึกษาและวิเคราะห์มาตรฐานสินค้าเกษตรกลุ่มกล้วยไม้ เนื่องจากไทยเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญ มีปัญหาตรวจพบเพลี้ยไฟ โดยเฉพาะผู้ปลูกรายเล็ก ทำให้ขาดการบำรุงรักษา หรือใช้ปุ๋ยคุณภาพต่ำ การแก้ปัญหาเพลี้ยไฟ บริษัทผู้ส่งออกกล้วยไม้ ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร หามาตรการป้องกัน ถ้าพบผู้ปลูกกล้วยไม้ไม่แก้ไข บริษัทจะถอนสัญญาที่ส่งให้บริษัทชั่วคราว ส่วนขั้นตอนรมยา บริษัทผู้ส่งออก จะดำเนินการเอง โดยอาจต้องปรับโรงรมยา หรือปรับตัวยาให้แรงขึ้น ต้องคำนึงถึงผลกระทบคุณภาพสินค้าด้วย

 

 

 

ความคิดเห็น

  1. 1
    บีทำกล้วยไม้ส่งออกกะหัวเเดง
    ไม่ดีอย่าง1คือลูกค้าสั่งกล้วยไม้จากประเทศไทยก่อนเเล้วเงินเครียทีหลังชอบเคดิดติดไว้ก่อนทำเเล้วขาดทุนประเทศไทยน่ามีกดหมายมารองรับบ้างมะรู้จาทามไงดีไปกู้เเบงก็เป็นนี้อีกหาเหาใส่หัวอีกลูกค้าเเม่งเอสเปรียบคนไทยทามไมคนไทยมะยืนตัวเเข็งใส่มันบ้างทั่งๆที่มาันต้องง้อกล้วยไม้จากประเทศไทยของเราจิงมะมะใช้ไปยอมเค้าหมดยอมเคดิดมะจ่ายสดคนไทยทำกานเเบบนี้เเล้วเมื่อไรพวกเราจารวยถามหน่อดิ
  2. 2
    อ้วน
    อ้วน nat-bp@hotmail.com 08/02/2011 18:50
    ***ขายห้องเย็น 2 ห้อง สภาพเดิมๆ  อุปกรณ์ครบพร้อมใช้  สภาพดีใช้งานน้อยมากๆ ขายไปถูกๆเลยครับ  185,000 บ. ราคาคุยกันได้ครับ

     1. ห้องเย็นขนาด  2.30 X 5 เมตร สูง 2.50 เมตร

                คอยเย็นยี่ห้อ OLMO  MADE IN ITALY คอมไม่รู้(เพลทอยู่ด้านในมองไม่เห็น)น่าจะยี่ห้อ L'UNITE MADE IN FRANCE


     2. ห้องเย็นขนาด 4.25 X 5.20 เมตร สูง 2.60 เมตร

                คอยเย็นไม่รู้ คอม MANEUROP DANFOSS MADE IN FRANCE


            ติดต่อ คุณอ้วน  โทร. 083-698-4952

  3. 3
    พอเพียง
    พอเพียง 05/12/2010 18:18
    เข้าใจแจ่มแจ้ง...ขอบคุณมากๆ ค่ะ
  4. 4
    หนุ่ม
    หนุ่ม 03/06/2010 13:01

    95% ของกล้วยไม้ส่งออกทั้งหมด
    เป็นกล้วยไม้ 2 สกุล คือหวายและม็อคโคร่า

    โอ้ว... I see

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view